เป็นสิวอย่างเดียวก็แย่พอตัวแล้ว เวลาหายดันทิ้งหลุมไว้ให้ดูต่างหน้า ส่องกระจกเมื่อไรก็ช้ำใจทุกที จะทำอย่างไรดี วันนี้เรามีคำตอบมาไขข้อข้องใจกันค่ะ
ก่อนอื่นต้องขอบอกว่าหลุมสิวเกิดได้จากสิวทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสิวหัวช้างเม็ดเป้งหรือหรือสิวอักเสบเม็ดจ้อย ดังนั้นการรักษาแผลเป็นจากสิวที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้มีสิวเกิดขึ้น พูดง่ายนะคะแต่ทำจริงๆเป็นเรื่องยากพอควรทีเดียว เนื่องจากสิวเป็นโรคเรื้อรัง เกี่ยวพันกับปัจจัยหลายอย่าง รวมทั้งฮอร์โมนด้วย ในช่วงวัยรุ่น สิวจึงมาเยือนบ่อยๆและไม่หายสักที การใช้ยาทาอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอเป็นเรื่องสำคัญมาก แม้ว่าสิวจะหายแล้วต้องทายาในกลุ่มกรดวิตะมินเอ เพื่อป้องกันไว้บ้างเป็นครั้งคราวเช่นอาทิตย์ละสองถึงสามครั้งไม่ให้สิวเป็นใหม่
หลุมสิวมีหลายแบบ แต่ละแบบรักษาไม่เหมือนกัน จึงไม่มีสูตรสำเร็จรักษาหลุมสิวสำหรับทุกคน เรามาเริ่มต้นด้วยการรู้จักกับหลุมสิวประเภทต่างๆกันก่อน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแบ่งหลุมสิวไว้หลายประเภท ชนิดที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและเข้าใจง่ายแบ่งเป็นสามแบบค่ะ
แบบแรกเรียกว่า “icepick scar” หลุมมีขนาดเล็กกว่า 2 มิลลิเมตร ปากหลุมกว้าง ก้นหลุมแคบ เหมือนกับโดนไม้เสียบลูกชิ้นจิ้มอย่างไรอย่างนั้น แบบที่สองเรียกว่า “rolling scar” แบบนี้ขนาดประมาณ 4 มิลลิเมตรขึ้นไป ปลายไม่แหลมขอบไม่คมชัด หลุมพวกนี้เกิดจากมีพังผืดยึดเอาไว้กับผิวหนังชั้นล่าง แบบสุดท้ายคือ “boxcar scar” ขนาดใหญ่ 1.5-4 มิลลิเมตร ขอบคมชัด เหมือนหลุมจากโรคสุกใสนั่นแหละค่ะ หลุมแบบนี้จะลึกหรือตื้นก็ได้ ดูรูปประกอบด้านล่างแล้วลองเปรียบเทียบกับหลุมสิวของเพื่อนข้างๆนะคะ

เมื่อรู้จักตัวปัญหาแล้ว เรามาดูวิธีแก้ไขกันค่ะ การรักษาหลุมสิวโดยใช้ยาทาอย่างเดียว โดยมากไม่ได้ผลเป็นที่น่าประทับใจ อาจทำให้ดูดีขึ้นบ้างแต่ก็จำไม่สามารถเติมเต็มหรือยกหลุมขึ้นได้ จึงต้อง “ลงมือ” หรือที่เรียกทางการแพทย์ว่าทำหัตถการเพื่อการรักษา
การลงมือทำหัตถการที่ว่า มีหลายอย่างนะคะ ได้แก่ การตัดเอาหลุมออก (punch excision, punch graft), เลาะเอาพังผืดออก (subcision), ทำ chemical peels, ขัดหน้าด้วย microdermabrasion หรือ dermabrasion, ฉีดสารเติมเต็มหรือ filler และการทำเลเซอร์ ทั้งนี้ทั้งนั้นแพทย์อาจจะต้องเลือกใช้หลายวิธีผสมผสานกันให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด
การตัดหลุมออก (punch excision, punch graft) ฟังดูน่ากลัว แต่จริงๆแล้วคือ คุณหมอจะใช้เครื่องมือเล็กๆขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกินสองมิลลิเมตร ตัดเอาหลุมออกไป เทคนิคการตัดมีหลากหลายเช่น ตัดแล้วเย็บปิด ตัดแล้วยกเนื้อขึ้น ตัดแล้วย้ายเนื้อจากบริเวณอื่นมาทดแทน เป็นต้น และแน่นอนว่าก่อนลงมือทำต้องมีการฉีดยาชาเพื่อไม่ให้รู้สีกเจ็บค่ะ วิธีนี้มีข้อดีคือ หลุมที่เล็กจะหายไปเลย (แน่นอน เพราะตัดออกไปนี่คะ) เหมาะมากสำหรับหลุมชนิด icepick เมื่อแผลหายจะหายเป็นเส้นแผลเป็นขีดเล็กๆเท่ากับหลุมสิวเก่า ข้อจำกัดคือใช้ได้กับหลุมที่ขนาดไม่ใหญ่มากค่ะ เมื่อทำเสร็จจะมีแผลต้องอาศัยเวลาจนกว่าแผลจะหายสนิท ใช้เครื่องสำอางโปะทับไม่ได้ทันที
Subcision หรือการเลาะพังผืดออก จริงๆไม่ใหม่นะคะ เริ่มใช้กันมาตั้งแต่ คศ.1995 สำหรับหลุมที่กว้างขึ้นมาหน่อยจำพวก rolling scar สาเหตุของหลุมพวกนี้ เกิดจากมีพังผืดยึดเอาไว้ข้างใต้ คุณหมอจะนำเข็มเล็กๆสอดเข้าไปสลายพังผืดที่ว่าออก จะได้ยินเสียงแกรกๆ ขณะที่พังผืดโดนตัดด้วยค่ะ ข้อดีของวิธีนี้คือหลุมที่โดนยึดไว้จะยกตัวขึ้นมาได้ แต่ข้อเสียคือจะมีรอยช้ำจ้ำเลือด และ บวมในบริเวณที่ทำได้ชั่วคราว
Chemical peels แปลตรงตัวคือการใช้สารเคมีลอกผิว ตัวอย่างที่ยกแล้วจะต้องร้องอ๋อ คือการทำ AHA ที่ทุกท่านรู้จักกันดีนั้นแหละค่ะ AHA หรือ alpha hydroxyl acid เป็นตัวอย่าหนึ่งของสารเคมีที่ใช้ใน chemical peelings การลอกผิวแบบนี้แบ่งได้หลายระดับตามความลึกและความเข้มข้นของสารที่ใช้ ถ้าจะนำมาใช้รักษาหลุมสิว สารเคมีจะต้องลอกผิวให้ได้ถึงชั้นหนังแท้ส่วนบน (papillary dermis) ดังนั้นการทำ ทรีทเม้นต์ AHAความเข้มข้นไม่สูงแบบที่ใช้กันทั่วไปซึ่งลอกออกได้เพียงชั้นขี้ไคลและหนังกำพร้าบางส่วน จึงไม่ช่วยรักษาหลุมสิว การทำ chemical peels ระดับลึกที่รักษาหลุมสิวได้ หลังทำหน้าจะแดง ตามมาด้วยสีผิวจางลงชั่วคราว ซึ่งเป็นข้อจำกัดในกลุ่มที่มีผิวค่อนข้างคล้ำ เนื่องจากจะสังเกตรอยด่างได้ง่ายค่ะ
Microdermabrasion และ dermabrasion หรือการกรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี ฟังดูเลอค่าดีทีเดียว แต่เช่นเดียวกับการลอกด้วยสารเคมีค่ะ การกรอผิวออกด้วยเกล็ดอัญมณีจะได้ผลดีมากน้อยเพียงใดในการรักษาหลุมสิว ขึ้นกับความลึกที่เกล็ดอัญมณีดังกล่าวกรอผิวออกไป ในกลุ่ม microdermabrasion ซึ่งกรอผิวชั้นตื้นๆออก เวลากรอก็จะไม่เจ็บ ไม่ต้องพักรักษาตัว แต่ก็จะได้ผลกับรอยแดงรอยดำจากสิว และหลุมชนิดตื้นๆเท่านั้นค่ะ หลุมลึกๆจะตอบสนองไม่ดี สำหรับการทำ dermabrasion อันนี้ควบคุมความลึกที่กรออกไปได้ดังใจของคุณหมอผู้ทำการรักษา เมื่อกรอไปถึงชั้นหนังแท้ในตำแหน่งที่เหมาะสมคุณหมอก็จะหยุด เมื่อลงไปถึงชั้นหนังแท้ ผลการรักษาหลุมสิวจึงออกมาดี แต่ข้อเสียคือ วิธีนี้เจ็บค่ะ เลือดไหลหน้าแดง ต้องใช้เวลานานกว่าแผลและรอยแดงจะหาย และต้องระวังอย่างมากในกลุ่มผิวคล้ำซึ่งเกิดปัญหาเรื่องสีผิวด่างดำตามมาได้มาก
ฉีดสารเติมเต็มหรือ filler เหมาะสำหรับหลุมลึกซึ่งเกิดจากการขาดวอลุ่ม เมื่อฉีดสารเติมเต็มเข้าไป หลุมก็จะอิ่มขึ้นได้ สารเติมเต็มที่เลือกใช้มีหลากหลายค่ะแต่ที่เหมือนๆกันคือ ราคาค่อนข้างสูง ขณะฉีดอาจจะเจ็บเล็กน้อย และ มีจ้ำช้ำ ซึ่งหายได้ในเวลาไม่นาน อย่างไรก็ตามมีรายงานการแพ้,ติดเชื้อ และเกิดเป็นก้อนหลังฉีดได้ประปราย ขึ้นอยู่กับชนิดของสารเติมเต็ม
มาถึงตรงนี้ เนื้อที่หมดพอดี ครั้งหน้าเรามาว่ากันโดยละเอียดเกี่ยวกับการใช้เลเซอร์ในการรักษาหลุมสิวกันค่ะ ต้องติดตามตอนต่อไปค่ะ
------------------------------------
พญ.ภาวิณี ฤกษ์นิมิตร
คุณหมอเด่น คุณหมอผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวพรรณ ผู้มีดีกรีการศึกษารับประกันความเก่งพ่วงท้ายยาวเหยียด ทั้งจาก King's College, London และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์อยู่ที่รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และยังเป็นแพทย์ประจำ Bangkok Wellness Center ในช่วงวันหยุด แม้งานประจำจะหนักหนาเอาการ แต่คุณหมอเด่นก็ยังสามารถแบ่งเวลามาสวมหมวกอีกหลายใบ ทั้งบทบาทคุณแม่ใจดีของน้องน้ำหอม ภรรยาสุดที่รักของคุณหมอรังสรรค์ คอลัมนิสต์หน้าใหม่ของPleaseHealth และอีกบทบาทที่ไม่เคยพลาดคือ คุณหมอสุดเทรนดี้ที่วงการแฟชั่นยังต้องวิ่งตาม
Trendy Derm Retouch
นอกจากการใช้ยาในการรักษาสิวแล้ว การรักษาเสริมหลากหลาย มีส่วนช่วยประกอบไปกับการรักษามาตรฐานค่ะ อย่างไรก็ตาม เหล่านี้ถือเป็นเพียงการรักษา “เสริม”
Trendy Derm Retouch
การรักษาสิว จริงๆแล้วประกอบด้วยส่วนสำคัญสามประการด้วยกัน คือการใช้ยา ไม่ว่าจะเป็นยาทาหรือยากิน และการรักษาเสริมต่างๆเช่น การกดสิว ฉีดสิว
Trendy Derm Retouch
มีใครไม่เคยเป็นสิวมั้ยคะ แน่ใจว่าเกือบร้อยเปอร์เซนต์จะต้องตอบว่าเคย สิวเป็นโรคที่ขึ้นหน้าขึ้นตาวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้นแบบไม่ได้รับเชิญมากที่สุด
Trendy Derm Retouch
เชื่อว่าคนที่มีปัญหาแผลเป็นสิวและติดตามเรื่องเลเซอร์เพื่อการรักษาอยู่ ไม่มากก็น้อยคงต้องปวดหัวกับชื่อเครื่องหรือเทคโนโลยีใหม่ๆที่ผุดขึ้นมาราวดอกเห็ด
Pleasehealth Channel
กรดอะมิโนคืออะไร ตัวไหนจำเป็นกับการชะลอวัยบ้าง ความรู้ดีๆจาก เภสัชกรพิ้งกี้ แห่ง Pharmacist Chitchat
Pleasehealth Channel
ผู้จัดทำเชื่อว่า ทุกๆ 100 views จะมีคนดูหนึ่งคนอยากเลิกบุหรี่ และ 1ใน3คนที่ตั้งใจเลิก จะทำได้สำเร็จ
Pleasehealth Channel
Office Syndrome โรคที่พนักงานออฟฟิศหลายคนต้องเผชิญ PleaseHealth Channel โดยคุณหมอผิงมีข้อแนะนำมาฝากจ้า
Pleasehealth Channel
คำอวยพรปีใหม่และทิปสุขภาพรับปี2555
Copyright © 2013 By pleasehealth.com All Rights Reserved.
